ในชั้นเรียนควรต้องมี การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในการเรียนรู้เรื่องอ่อนไหวอย่างเรื่องเพศ ตั้งกฎกติกาว่าสิ่งที่พูดในชั้นเรียนจะเป็นความลับไม่นำไปพูดต่อล้อเลียนนอกห้อง...
โรงเรียนในไทยหลายแห่งมีการเรียนการสอนวิชาเพศศึกษากันมาหลายปีแล้ว แต่ถึงกระนั้นไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เรื่องเพศใน "วัยรุ่น" หรือ "คนหนุ่มสาว" จะคลี่คลายไปในทางที่ดีเสียทั้งหมด
วันก่อนได้เข้าฟังประชุมนานาชาติ "สุขภาวะผู้หญิงภายใต้เงื้อมมือกฎหมายและวัฒนธรรม" มีหัวข้อย่อยเรื่อง "บททบทวนโครงการเพศศึกษาในโรงเรียนของไทย" ตั้งประเด็นชวนคิดในเรื่องนี้ต่อได้อีกไม่น้อย
วิจิตร ว่องวารีทิพย์ ในฐานะเจ้าหน้าที่โครงการโลกหมุนได้ด้วยมือฉัน อันเป็นโครงการที่สนับสนุนหลักสูตรเพศศึกษาแก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร แสดงความเห็นว่า การมีโครงการเพศศึกษาในโรงเรียนนั้นเป็น การเสริมสร้างทักษะชีวิตและสุขภาพทางเพศ แต่ในความจริงแล้วจะดำเนินการได้ดี ต้องมีสถานการณ์ที่สอดคล้อง ยกตัวอย่างเช่น
ในชั้นเรียนควรต้องมี การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในการเรียนรู้เรื่องอ่อนไหวอย่างเรื่องเพศ ตั้งกฎกติกาว่าสิ่งที่พูดในชั้นเรียนจะเป็นความลับไม่นำไปพูดต่อล้อเลียนนอกห้อง แต่สิ่งเหล่านี้ก็อาจนำมาซึ่งความไม่สบายใจกับนักเรียนหญิงได้ ในยามที่ตอบคำถามได้ก็ถูกมองว่า "เชี่ยวชาญ" แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็หาว่า "อ่อน" เด็กผู้หญิงมักกังวลว่าเพื่อนร่วมชั้นต่างเพศจะโยงสิ่งที่เห็นจากบทเรียนเกี่ยวกับอวัยวะจริงของนักเรียนหญิงที่มีตัวตนจริงในห้องเรียนขณะนั้น
ความเปิดเผยและให้ข้อมูลครบถ้วนรอบด้านของครู ที่จริงเนื้อหาที่สอนเรื่องความเปลี่ยนแปลงของร่างกายนั้นคุณครูไม่น่าจะลำบากใจต่อเรื่องนี้ แต่การใช้คำที่ดูเหมือนเป็นกลางบางคำมีการซ่อนเร้นเจตนา และป้อนคุณค่าบางชุดที่ต้องการลงไปด้วย นั่นคือกำหนดลักษณะตายตัวของแต่ละเพศเอาไว้ เป็นการสืบทอดความคิด ภาพเหมารวมตายตัวว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ ในขณะที่คำศัพท์เกี่ยวกับผู้ชายแสดงถึงการเป็นฝ่ายกระทำที่มีอำนาจและกระตือรือร้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ผู้สอนอาจนึกไม่ถึง
ความสัมฤทธิผลในการถอดถอนมายาคติในเรื่องที่เกี่ยวกับเพศวิถี เอชไอวี/เอดส์และถุงยาง ถ้าจะทำเรื่องเหล่านี้ให้สำเร็จได้ต้องใช้เวลาเรียนอย่างต่อเนื่องหลายปี มีเนื้อหาครอบคลุมจัดเรียงหัวข้ออย่างมีตรรกะ จากเรื่องใกล้ตัวเพื่อความเข้าใจตัวเองไปยังเรื่องที่ซับซ้อน
ถึงแม้คุณครูจะตระหนักดีว่าหลักสูตรเพศศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน แต่ก็มีเงื่อนไขและอุปสรรคที่ทำให้การเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง ซึ่งนั่นดูจะเป็นปัญหาระดับโครงสร้างและอุดมการณ์การศึกษาของไทย ที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญกับกลุ่มสาระวิชามากกว่ากลุ่มวิชาพัฒนาผู้เรียน เมื่อสอนวิชาอื่นไม่ทัน วิชาเพศศึกษาจะถูกขอให้ไปใช้แทน
มีอีกหลายประเด็นที่ต้องคำนึงถึงในเรื่องเพศศึกษา พื้นที่หมดเสียแล้ว ต้องขอต่อเสาร์หน้าอีกครั้ง
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น